หน้าแรก สำหรับผู้สมัครงาน สำหรับผู้ประกอบการ เกี่ยวกับเรา บล๊อก ติดต่อเรา

ไทยเวิค บล๊อก

สมัครงานที่ไหน….จะได้งาน

การรับโทรศัพท์จากคนญี่ปุ่น

คงจะไม่มีเรื่องน่าตื่นเต้นมากนักถ้าเป็นบริษัทคนไทยที่มีการติดต่อสัมพันธ์กันเฉพาะคนไทยเท่านั้น เช่น ในการใช้โทรศัพท์ หรืออีเมล์ในการติดต่อสื่อสารก็ทำได้ง่าย และเข้าใจกันง่ายกว่า

แต่หากเป็นบริษัทญี่ปุ่น หรือบริษัทที่มีการติดต่อกับคนญี่ปุ่นด้วยแล้วก็ย่อมหลีกไม่หนีไม่พ้นที่ต้องโทรศัพท์

คนญี่ปุ่นที่อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นเพียงอย่างเดียว ไม่เคยท่องเทียวหรือติดต่อกับต่างประเทศนั้น การใช้สื่อสารภาษาอังกฤษ หรือการพูดภาษาอังกฤษนั้นถือว่ายังน้อยอยู่ แต่ไม่ใช่หมายความว่าคนญี่ปุ่นไม่มีความรู้ด้านภาษาิัอังกฤษนะค่ะ คือมีความรู้ในการอ่านและเขียนถือว่าดีเลยทีเดียวค่ะ แตสำหรับคนญี่ปุ่นที่ชอบเดินทางท่องเที่ยวทั่วโลก หรือเดินทางไปทำงาน ศึกษาต่อ หรือการตั้งถิ่นฐานอยู่ต่างประเทศนั้น การใช้ภาษาิัอังกฤษถือว่าดีมากเลยละค่ัะ เพราะว่าถ้าไม่เรียนภาษาิัอังกฤษ หรือปรับตัวให้เข้ากับวัฒนธรรมอื่นแล้วก็อาจจะลำบาก

ปัจจุบันคนญี่ปุ่นที่อาศัยอยู่เมืองไทยก็มากขึ้นทุกวัน ทั้งมาทำงาน หางานทำ หรือท่องเที่ยว สำหรับคนที่ทำงานแล้วก็มีการเรียนภาษาิัอังกฤษหรือภาษาไทยเพิ่มเติม เพื่อการติดต่อสื่อสารที่มีประสิืทธิภาพ ที่บริษัทจัดหางานเจดี โอเรียนท์ เองก็มีการติดต่อกับคนญี่ปุ่นทุกวัน เพราะคนญี่ปุ่นที่ต้องการหางานในประเทศไทยก็เยอะพอสมควรค่ะ

คนญี่ปุ่นเวลาจะเข้ามาสมัครงานหรือติดต่อธุรกิจอะไรก็จะต้องมีการโทรศัพท์เข้ามานัดก่อน ซึ่งถือเป็นมารยาทอันดีงามนะค่ะ การรับโทรศัพท์ของชาวญี่ปุ่นนั้นก็มีเรื่องน่าตื่นเต้นไม่แพ้กัน บางคนพูดภาษาไทยได้อย่างคล่องแคล่ว แทบจะแยกไม่ออกว่าเป็นคนไทยหรือคนญี่ปุ่น บางคนยังไม่มั่นใจในภาษาไทยก็อาจจะใช้ภาษาิัอังกฤษแทน (แต่ก็มีหลายคนนะค่ะที่พูดภาษาิอังกฤษได้อย่างเดียว แต่เวลาฟังไม่รู้เรื่อง ก็คงต้องทำใจ และต้องรีบโอนให้เพื่อนร่วมงานที่เป็นชาวญี่ปุ่นทันที ไม่งั้นอาจจทำให้สถานการณ์แย่ลง เพราะต่างคนต่างงง) ที่สำคัญใช่ว่าภาษาิอังกฤษหรือภาษาิญี่ปุ่นพี่ไทยเราจะดี ก็คงจะพอๆกัน….) บางครั้งก็คุยกันคนละเรื่องเลยก็มี เฮ้อ…

แต่ในปัจจุบันโลกได้เปลี่ยนแปลงไปเยอะ ทำให้ภาษาิัอังกฤษที่เป็นภาษาสากลใช้ในการติดต่อสื่อสารเพิ่มมากขึ้น ถึงแม้จะฟังไม่ค่อยเข้าใจ แต่ก็มีความสามารถในการเดาได้….ซึ่งพี่ไทยเราอยู่ในขั้นทีมชาติอยู่แล้ว

ฝากประวัติไว้กับบริษัทจัดหางาน

การฝากประวัติไว้กับบริษัทจัดหางานหรือการสมัครงานกับบริษัทจัดหางาน ก็เป็นอีกวิธีหนึ่งในการหางาน ที่ทั้งสะดวก และำไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น นอกจากนี้แล้วก็ยังมีคนคอยช่วยในการหางาน และเจรจาต่อรองกับบริษัทต่างๆ แทนเราอีกด้วย ซึ่งมีทั้งงานประจำ และงานชั่วคราว โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นงานทางด้านล่ามมากกว่าค่ะ จะสะดวกมากสำหรับคนที่ไม่มีเวลาหางาน หรือสมัครงานด้วยตัวเอง เพียงแค่การฝากประวัติ และทำแบบทดสอบ เช่น ความสามารถด้านภาษาต่างประเทศต่างๆ หรือแบบทดสอบด้านวิชาชีพเท่านั้น ต่อไปคุณก็ไม่ต้องมานั่งเสียเวลาในการหางาน แต่จะมีเจ้าหน้าที่จัดหางานเป็นผู้ดำเนินการแทน

การสมัครงานกับบริษัทจัดหางานในประเทศไทยนั้น นอกจากคนไทยเองแล้วก็ยังมีต่างชาติที่ต้องการทำงานในประเทศไทย โดยเฉพาะชาวญี่ปุ่นที่ต้องการทำงานในประเทศไทยนั้น นับว่ามีจำนวนสูงขึ้นทุกปี ซึ่งไม่ว่าสถานการณ์ทางเศรฐกิจ หรือการเมืองบ้านเราจะสั่นคลอน หรือไม่มั่นคงขนาดไหน เมืองไทยของเราก็ยังเป็นที่ดึงดูดสำหรับชาวต่างชาติอยู่ดี ด้วยเสห์น่เฉพาะแบบฉบับของบ้านเมืองเรา

โดยทั่วไปแล้วคนญี่ปุ่นนั้นจะ สมัครงานทางอินเตอร์เนตเป็นส่วนใหญ่ เพราะการสมัครงานกับบริษัทจัดหางาน นั้นที่สำัคัญคุณต้องเข้ามาลวทะเบียนด้วยตัวเอง เพื่อทำแบบทดสอบ และทางบริษัทจัดหางานนั้นก็ทราบได้ว่าคุณเองมีตัวตนอยู่จริง ไม่ได้มีใครทำเอกสารขึ้นมาเล่นๆ นอกจากนี้แล้วยังได้พูดคุยกัน และเห็นถึงบุคคลิกลักษณะของผู้สมัครอีกด้วย อาจจจะใช้เวลาหน่อยแต่ว่าก็จะประหยัดเวลาในการหางาน และสมัครงานครั้งต่อไปค่ะ เพราะการเสนองาน บางทีก็เป็นบริษัทที่เราไม่รู้จักที่มีความมั่นคงและเชื่อใจก็เป็นได้ค่ะ

ในสภาวะเศษฐกิจแบบนี้ การเปลี่ยนงานของผู้สมัครงานก็ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะไม่มั่นใจว่าจะได้งานทำหรือไม่ ข้าวของก็แำำพงขึ้น ทางที่ดีควรตั้งใจทำงานของเราให้ดีก่อนนะค่ะ อีกสักพักค่อยเปลี่ยนงานก็ยังไม่สายหรอกค่ะ…

[ เตรียมตัวสัมภาษณ์ ] [ Up data : 2008.7.15 16:30 ]

เรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อการทำงาน

ภาษาญี่ปุ่นนอกจากจะมีวิธีการอ่านหลายแบบแล้ว ยังมีคินจิที่ทำให้ปวดหัวเอาง่ายๆ อีกด้วย นอกจากนี้แล้วการใช้ภาษาก็มีหลายระดับทั้งกับการใช้กับคนใน คนนอก เพื่อนๆ ที่ทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นคงจะทราบกันดีนะค่ะ

โดยส่วนใหญ่แล้วถ้่่าทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นเองก็คาดหวังว่าเราสามารถสื่อสารภาษาญี่ปุ่นได้บ้าง แม้เป็นเพียงแค่ทำทักทายสั้นๆ ก็ทำให้คนญี่ปุ่นรู้สึกภาคภูมิใจในประเทศชาติและภาษาของตัวเองเป็นอย่างมาก หรือใครที่ไม่มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเลย ก็อาจจะเรียนรู้เพิ่มเติม ทั้งในสถานที่ทำงาน ซึ่งอาจจะมีคนญี่ปุ่นมาสอน หรือออกไปเรียนข้างนอก เช่นโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น หรือบางคนอาจจะโชคดีหน่อยทางบริษัทอาจจะส่งไปเรียนภาษาญี่ปุ่น หรือเทคนิคเพิ่มเติมที่ประเทศญี่ปุ่นก็ได้ แล้วกลับมาทำงานให้กับบริษัท เช่นการทำเป็นสัญญา

แรกเริ่มในการสมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่น หากมีความสามารถทางด้านภาษาญี่ปุ่นแล้วอาจจะมีงานรองรับค่อนข้างเยอะั ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หากสมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่เป็นบริษัทญี่ปุ่น จะเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วต้องการพนักงานที่มีความสามารถด้านภาษาญี่ปุ่นเยอะ และคุณสามารถเลือกงานที่จะทำได้ นอกจากนี้แล้วยังขึ้นอยู่กับประสบการณ์และความสามารถด้านภาษาของคุณด้วย

แต่อย่างไรก็ตาม ภาษาญี่ปุ่นก็ยังเป็นภาษาที่มีความจำเป็นและสำคัญในการทำงานกับบริษัทญี่ปุ่น เพื่อการสื่อสารทางธุรกิจ และการทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นอีกด้วย

ใครที่กำลังเรียนภาษาญี่ปุ่นอยู่อาจจะเป็นเพราะความชอบหรืออาจจะไม่ได้ใช้สำหรับงานก็ตามแต่ ก็ล้วนมีความสำคัญกับตัวเราทั้งนั้นค่ะ ขึ้นอยู่กับความชอบและความถนัดของแต่ละคนนะค่ะ

[ รู้จักญี่ปุ่น ] [ Up data : 2008.7.10 13:08 ]

พักเหนื่อยหลังจากทำงานกันเถอะ

ช่วงนี้อากาศค่อนข้างแปรปวน เพื่อนๆ ก็รักษาสุขภาพดีๆ นะค่ะจะได้มีแรงสู้งานต่อไป ส่วนใครที่กำลังสมัครงาน หรือนักศึกษาจบใหม่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มสมัครงานตรงไหนอย่างไร อย่างน้อยก็อย่าลืมใช้บริการบริษัทจัดหางานนะค่ะ ที่มี่ทั้งงานประจำ และงานชั่วคราวค่ะ ยิ่งใครที่มีความสามารถภาษาญี่ปุ่นด้วยแล้ว การหางานก็จะเป็นเรื่องงานเลยละค่ะ เพราะว่าต้องการในตลาดแรงงานค่อนข้างสูง มั่นใจได้เลยนะค่ะว่าไม่ตกงานแน่นอนค่ะ

เนื่องจากอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจ ฝนตกอยู่บ่อยๆ ทำให้บางครั้งน่านอนมากกว่าน่าทำงาน หรืออาจจะทำให้เราเหนื่อยง่ายกว่าปรกตินะค่ะ วันนี้มีแนะนำสำหรับคนที่รักสปา ใครไม่ชอบหรือยังไม่สนใจก็อย่าเพิ่งเปลี่ยนหน้านะค่ะ

สำหรับคนไทยอย่างเราๆ นั้น เห็นว่า สปาอาจจะไม่มีความสำคัญอะไรมากนักหรือไม่มีกิจที่เข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หรืออาจจะมีกิจกรรมอื่นที่นอกเหนือไปจากสปาให้ทำเยอะแยะ…อืม ก็ใช่นะ เราก็มีกิจกรรมเยอะเหมือนกัน

หลังจากที่พาลูกค้าไปสำรวจสปาแล้ว หลายที่แถวสุขุมวิท เห็นว่าเป็นที่ที่ไม่ควรมองข้ามไปเลยที่เดียว เพราะนอกจากจะได้ความรู้สึกที่สดชื่น และเหมือนเป็นการเติมพลังความรู้สึกสดชื่น เพื่อที่จะได้กลับมาต่อสู้กับงานใหม่…ที่ไม่เหมือนเดิมแน่นอน (นี่ขนาดยังไม่ได้ทำสปากับเค้านะเนียะ ยังเป็นได้ขนาดนี้) แน่นอนว่าหลังจากที่เราทำงานมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทั้งวันแล้ว ก็ลองหาอะไรใหม่ๆ ในชีวิตบ้างนะค่ะ การไปสปาก็จะได้ผ่อนคลายความตรึงเครียด ทำให้เราสดชื่นขึ้นอีกเยอะเลยค่ะ

แต่ก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกันนะว่า สปาเป็นที่ชื่นชอบสำหรับคนญี่ปุ่นมาก มีหลายคนถึงกลับบินมาที่เมืองไทยเพื่อสปาโดยเฉพาะ ส่วนใครที่สนใจทำสปา เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ไม่เลวเหมือนกันนะค่ะ…อืม น่าสน

หากใครสนใจก็ลองหาข้อมูลจากอินเตอร์เนตได้นะค่ะ ซึ่งมีอยู่ให้เลือกมากมาย เลือกได้กันตามสะดวกนะค่ะ

[ เล่าสู่กันฟัง ] [ Up data : 2008.7.9 18:29 ]

โีรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น

ในการทำงานกับคนญี่ปุ่นนั้น การใช้ภาษาญี่ปุ่นก็เป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะขี้อาย ไม่กล้าพูดภาษาิัอังกฤษ (ไม่ใช่ว่าพูดไม่ได้นะค่ะแต่อาจจะเป็นเพราะว่าขี้อายมากกว่า)

เมื่อต้องทำงานกับบริษัทญี่ปุ่นหลายๆ คนก็ต้องไปลงเรียนภาษาญี่ปุ่นเพิ่มเติม เพื่อสามารถนำกลับมาใช้ในการสื่อสารได้ บางคนก็ถูกบังคับให้ไปเรียนก็มีโดยที่เราไม่ต้่องเสียตังค์เอง….แต่ก็ยังไม่อยากเีัรียนอยู่ดี (เฮ้อ แต่คนไม่มีตังค์จจะเรียนนี่สิ….อยากเรียนจัง^_^)

ถ้าเรียนภาษาญี่ปุ่นอย่างจริงจังก็สามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได เช่นการสมัครงานในตำแหน่งล่ามภาษาญี่ปุ่น หรือทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้ภาษาญี่ปุ่นในการสทนา หรือรายงานต่างๆ ซึ่งไม่จะเป็นเฉพาะตำแหน่งล่ามอย่างเดียว เช่นการสมัครงานกับบริษัทจัดหางานที่เป็นของญี่ปุ่น ก็จะมีตำแหน่งว่างเป็นพิเศษ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หรือในเขตอุตสาหกรรมต่างๆ

รงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นที่อยู่ที่เมืองไทยเราก็มีไม่น้อยนะค่ะ หรือบางบริษัทที่เป็นของญี่ปุ่นก็จะให้พนักงานมาสอนภาษาญี่ปุ่นให้ได้ โดยที่ไม่ต้องไปโรงเรียนก็ได้ ซึ่งโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่นต่างๆ ก็มีการเรียนการสอนตั้งแต่ระดับพื้นฐาน ไปจนถึงระดับสูง โดยอาจารย์ผู้สอนก็มีทั้งคนไทยที่ไปศึกษาเล่าเรียนที่ประเทศญี่ปุ่นเป็นเวลานาน และอาจารย์ที่บินตรงมาจากญี่ปุ่น ที่จบด้านการสอนภาษาญี่ปุ่นโดยเฉพาะ

ถ้าจำเป็นต้องเรียนจริงๆ เพื่อการใช้งานก็ลองศึกษาจากเวปไซด์ได้นะค่ะ สำหรับใครที่ไม่มีพื้นฐานมาก่อนก็สามารถลงคอร์สระดับพื้นฐานไปก่อน ส่วนใครที่มีความรู้อยู่แล้วก็สามารถเลือกคอร์สอื่นเพื่อนเพิ่มพูนความรู้ได้ หรือสามารถเลือกตามความถนัดได้นะค่ะ

[ รู้จักญี่ปุ่น ] [ Up data : 2008.7.2 17:20 ]

ภาษาญี่ปุ่นกับการทำงาน

ใครที่ทำงานกับบริษัทก็คงจะทราบกันดีนะค่ะว่า บริษัทญี่ปุ่นหรือคนญี่ปุ่นนั้นมีวิธีการทำงานกันอย่างไร มีใครเคยได้ยินไหมค่ะว่า

ほう・れん・そう

มีความหมายว่าอย่างไรแล้วทำไมถึงมีความสำคัญในการทำธุรกิจแบบญี่ปุ่นบ้าง หลังจากที่ถามเพื่อนร่วมงานที่เป็นชาวญี่ปุ่นแล้วก็ได้ข้อมูลที่มีประโยชน์(บ้าง) ดังนี้ค่ะ

ほう (報告:ほうこく)

ก็คือการรายงานเกี่ยวกับงานที่เรากำลังทำอยู่ให้กับหัวหน้างานเราทราบ การรายงานความสำเร็จหรือปัญหาต่างๆ เพื่อการติดตามและแก้ไข เพราะถ้าหากเราไม่ได้รายงานถึงความเคลื่อนไหวของงานเราแล้ว หัวหน้างานเราก็คงไม่ทราบว่ามีความก้าวหน้าไปถึงไหนแล้ว และที่สำคัญรับรู้ว่าเรากำลังทำอะไรอยู่

れん (連絡:れんらく)

ก็คือการติดต่อประสานงาน การประกาศข่าวสารต่างๆ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกับเพื่อนร่วมงาน หัวหน้า หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานที่ี่เราทำให้ทราบ การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารที่ได้มาจากภายในหรือภายนอกองค์กรนั้นก็มีส่วนทำให้งานของเราลุล่วงได้ หรือเพื่อการตัดสินใจได้

そう (相談:そうだん)

ก็คือการปรึกษาหารือกับกับหัวหน้า หรือเพื่อนร่วมงาน การพูดคุยถึงปัญหาที่เกิดขึ้น ในการทำงานหากเกิดปัญหาขึ้นก็ควรหาหนทางแก้ไข เราคนเดียวอาจทำไม่ได้เพราะฉะนั้นก็ควรมีการปรึกษาหารือกับฝ่ายอื่น เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาได้

ตอนนี้เราก็ทราบแล้วนะค่ะว่าการทำงานกับคนญี่ปุ่นนั้น ไม่ใช่เรื่องภาษาญี่ปุ่นอย่างเดียวที่สำคัญ การเข้าใจในวัฒนธรรมขององค์กรนั้นเป็นสิ่งสำคัญ สิ่งที่เราควรตระหนักหรือใส่ใจมากกว่านั้นคือการทำงานร่วมกันกับคนญี่ปุ่นจริงๆ เพราะเราต้องทำงานร่วมกับผู้อื่น(ไม่ใช่บริษัทญี่ปุ่นอย่างเดียว) ซึ่งคนญี่ปุ่นเิองนัืนก็เชื่อว่าการทำงานเป็นทีม นำไปสู่ความสำเร็จได้ง่ายและเร็วกว่า และที่สำคัญมีประสิทธิภาพมากกว่าด้วยค่ะ อย่างของพี่ไทยเราก็มีค่ะ คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย…

นอกจากนี้แล้วผู้เขียนเองก็เห็นด้วยนะค่ะว่าการทำงานเป็นทีมนั้นสำคัญมาก เราไม่สามารถสร้างความสำเร็จได้คนเดียว แต่ต้องการความช่วยเหลือจากผู้อื่น ทั้งจากเพื่อนร่วมงานและห้วหน้าค่ะ…

หากเพื่อนๆ หรือน้องๆ คนไหนที่กำลังมองหางานหรือสมัครงานกับบริษัทญี่ปุ่น ก้ต้องเตรียวตัวกันหน่อยนะค่ะ ใครที่มีประสบการณ์แล้วก็ไม่น่ามีปัญหานะค่ะ

[ รู้จักญี่ปุ่น ] [ Up data : 2008.6.26 17:44 ]

สมัครงานและทำงานในเขตอุตสาหกรรม

หลายคนอาจคิดว่าการสมัครงาน และหางานทำในเมืองหลวงอย่างกรุงเทพฯอย่างเดียว แต่ิัิัอันที่จริงแล้ว เราสามารถสมัครงาน และหางานทำที่ต่างจังหวัดได้เหมือนกัน เพียงแต่อุตสาหกรรมอาจต่างกันไปบ้าง และอย่างที่หลายคนคงเคยได้ยินเกี่ยวกับโรงงานอุตสาหกรรม ที่ส่วนใหญ่แล้วจะตั้งอยู่นอกตัวเมือง และเน้นการผลิตในปริมาณเยอะ ที่จริงแล้วการสมัครงานในโรงงานอุตสากรรมก็มีงานที่หลากหลาย นอกจากพนักงานในลายการผลิต เช่น พนักงานบัญชี พนักงานการตลาด พนักงานขาย วิศวกร ผู้จัดการโรงงาน และอื่นๆ อาจจะสมัครงานโดยผ่านทาง บริษัทจัดหางาน หรือเวปไซด์ของทางบริษัทก็ได้ คุณสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สภาอุตสาหกรราแห่งประเทศไทย หรืออาจจะลองดูว่าในแต่ละภูมิภาคมีเขตอุตสาหกรรมที่ไหนบ้าง ลองดูนะค่ะเผื่อว่าอาจจะใกล้บ้านกว่า และไม่ต้องเดินทางมาหางานที่กรุงเทพฯก็ได้ค่ะ

ภาคเหนือ

จังหวัดลำพูน

  • นิคมอุตสหกรรมภาคเหนือ EPZ

จังหวัดพิจิต

  • นิคมอุตสหกรรมพิจิตร

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

จังหวัดขอนแก่น

  • นิคมอุตสหกรรมขนาดย่อม จ.ขอนแก่น

ภาคกลาง

จังหวัดสระบุรี

  • นิคมอุตสหกรรมแก่งคอย
  • นิคมอุตสหกรรมหนองแค

จังหวัดอยุธยา

  • นิคมอุตสหกรรมบ้านหว้า EPZ
  • นิคมอุตสหกรรมบางประอิน EPZ
  • นิคมอุตสหกรรมสหรัตนนคร

จังหวัดราชบุรี

  • นิคมอุตสหกรรมราชบุรี

จังหวัดสมุทรสาคร

  • นิคมอุตสหกรรมสมุทรสาคร
  • นิคมอุตสหกรรมมหาราชนคร
  • นิคมอุตสหกรรมการพิมพ์และบรรจุภัณฑ์สินสาคร

จังหวัดสมุทรปราการ

  • นิคมอุตสหกรรม
  • นิคมอุตสหกรรม

กรุงเทพฯ

  • นิคมอุตสหกรรมบางชัน
  • นิคมอุตสหกรรมลาดกระบัง
  • นิคมอุตสหกรรมอัญธานี

ภาคใต้

จังหวัดสงขลา

  • นิคมอุตสหกรรม จ. สงขลา EPZ

จังหวัดปัตตานี

  • นิคมอุตสหกรรมอาหารฮาลาล

ภาคตะวันออก

จังหวัดฉะเชิเทรา

  • นิคมอุตสหกรรมเวลโกล
  • นิคมอุตสหกรรมเกทเวย์ซิตี้
  • นิคมอุตสหกรรม TFD

จังหวัดระยอง

  • นิคมอุตสหกรรมมาบตาพุด
  • นิคมอุตสหกรรมตะวันออก
  • นิคมอุตสหกรรมผาแดง
  • นิคมอุตสหกรรมอีสเทรินท์ซีบอร์ด
  • นิคมอุตสหกรรมอมตะซิตี้เอเชีย
  • นิคมอุตสหกรรมเอเชีย
  • นิคมอุตสหกรรมอาร์ ไอ แอล

จังหวัดชลบุรี

  • นิคมอุตสหกรรมชะบัง
  • นิคมอุตสหกรรมอมตะ
  • นิคมอุตสหกรรมปิ่นทอง
  • นิคมอุตสหกรรมเหมราชชลบุรี
  • นิคมอุตสหกรรม ปิ่นทอง (แหลมฉบัง)

ลองดูนะค่ะเผื่อว่าจะได้ไม่ต้องมาหางานทำที่กรุงเทพฯ รถก็ไม่ติด อากาศก็ดีกว่า แถมประหยัดเงินไปได้เยอะ เข้ากับยุคประหยัดนะค่ะ หรือใครที่ไม่ทราบว่าหางานที่ไหน ก็ลองสมัครงานกับบริษัทจัดหางานดูนะค่ะ เพื่อเป็นทางเลือก และเป็นสื่อกลางในการหางาน หากคุณมีความสามารถทางภาษาญี่ปุ่นด้วยแล้วละก็ สามารถสมัครงานทั้งงานประจำและชั่วคราวได้เลยค่ะ ที่สำคัญไม่มีค่าใช้จ่ายในการสมัครงานด้วยค่ะ

[ เตรียมตัวสัมภาษณ์ ] [ Up data : 2008.6.24 13:01 ]

แนะนำการใช้ชีวิตอยู่ที่ญี่ปุ่นเพื่อการศึกษาต่อ

การใช้ชีวิตอยู่ต่างบ้านต่างเมืองนั้นอาจจะไม่ค่อยสะดวกสะบายเหมือนบ้านเรา บางคนอยู่ไม่ได้เพราะไม่สามารถรับกับสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงได้ แต่ถ้าหากว่าเราสามารถเรียนรู้และเข้าใน สามารถปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงนี้ได้ เราก็สามารถอยู่ได้อย่างมีความสุข การเรียนภาษาก็เช่นเดียวกัน ถ้าเรียนอยู่ในประเทศเราเท่านั้น เราก็สามารถเรียนรู้ได้ แต่จะให้ได้ผลเร็วการไปเรียนที่ประเทศเจ้าของภาษาน่าจะเป็นวิธี่ที่ได้ผลดี

สำหรับใครที่กำลังหาโรงเรียนที่จะไปเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น หรือไม่แน่ใจว่าไปแล้วจะอยู่ได้ไหม หรือจะต้องปรับตัวอย่างไรบ้าง เรามีคำแนะนำดีๆ มาฝากนะค่ะ ลองมาติดตามได้เลยค่ะ

สวัสดีครับ ผมชื่อธเนศครับ ไปเรียนที่โตเกียว ชิบุยะ มา 2 ปี พอมีโอกาสที่ทำงานก็เลยกลับมาเมืองไทยครับ ตอนแรกก็ว่าจะเรียนปริญญาโทที่โน่นเลยรึเปล่า แต่ไหนๆก็มีโอกาส มาทำงานก็อยากจะเรียนรู้อยากจะได้ประสบการณ์ แล้วจะเรียนต่อยังไงก็ค่อยว่ากันอีกที

Q: ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น

A: ก็เริ่มตั้งแต่เด็ก สิ่งแวดล้อมรอบตัวผม รอบข้างก็เต็มไปด้วยของญี่ปุ่นทั้งนั้นนะครับ ไม่ว่าจะเป็นรถ เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ถ้ามองดีๆ คือผลิตภัณฑ์ญี่ปุ่นมีอยู่รอบตัวเราทั้งนั้นเลย ก็เก็บมาคิดตั้งแต่เด็กแล้ว พอโตขึ้นมาถ้าเกิดว่าเรารู้ภาษาก็ทำให้เรามีโอกาสมากขึ้น

Q: หาข้อมูลแนะแนวการศึกษาต่อจากไหน

A: ก่อนหน้าจะไปก็ไปติดต่อที่สถาบันแนะแนวการศึกษาต่อแห่งหนึ่งครับ

Q: แล้วตัดสินใจไปเรียนที่ไหนค่ะ

A: ไปเรียนที่โรงเรียนสอนภาษา ARC Academy, Shibuya ครับผม อาจารย์ก็ดี บรรยากาศการเรียนก็สนุกสนาน คนต่างชาติเยอะ ก็สนุกดีครับ

Q: ที่โตเกียวอย่างไรบ้าง

A: คนเยอะ ข้าวของแพง รถติด บนรถไฟคนก็เยอะ เวลานั่งรถไฟตอนเช้าคนจะเยอะมาก แต่ผมก็ชอบ สนุกดี รู้สึกว่าเป็นอะไรที่เคลื่อนไหวตลอดเวลา ทำให้เรามีแรง มีพลังยังไงก็ไม่รู้

Q: มีการปรับตัวอย่างไรบ้างค่ะ

A: อย่างแรกภาษาญี่ปุ่นยังไม่ค่อยได้เท่าไหร่ อาศัยว่าอยู่อพาร์ทเม้นร่วมกับชาวต่างชาติ ก็เป็นเพื่อนกัน แล้วก็แนะนำกันไป เวลาไปไหนมาไหน ต่อไปเราก็เรียนรู้ออกไปหาข้อมูลเอง ออกไปเที่ยวเอง

Q: มีกาพัฒนาภาษาญี่ปุ่นของตัวเองอย่างไรบ้าง

A: ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียนก็เรียนทุกวัน กลับมาบ้านก็พยายามอ่านหนังสือให้มากที่สุด

Q: อะไรที่ประทับใจมากที่สุดเมื่อตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น

A: คงจะเป็นเรื่องการทำงานอะรุไบโตะ คือการทำงานพิเศษกับคนญี่ปุ่น

Q: ประทับใจยังไงบ้างค่ะ

A: ก็อย่างที่ทราบว่าคนญี่ปุ่นเค้าขยันทำงาน เข้มงวด ตรงนี้ก็ได้ลองประสบการณ์ตรงนี้ด้วยตัวเอง และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ แต่ก็ประทับใจนะครับเพราะมันเป็นระเบียบที่ทำให้ประเทศญี่ปุ่นพัฒนา ประทับใจมากๆ ครับ

Q: หางานทำจากที่ไหนค่ะ

A: ตอนนั้นเดินตามท้องถนน แล้วก็เจอป้ายประกาศรับสมัคร ก็โทรเข้าไปแต่ต้องโทรเข้าไปก่อน แนะนำตัวแล้วต้องนัดสัมภาษณ์กับผู้จัดการร้าน แล้วค่อยได้รับงานมา

Q: แบ่งเวลาในการทำงานหรือเรียนอย่างไรบ้าง

A: เวลาเรียนก็เรียนครึ่งเช้า ของผมก็เรียนแค่ 3 ชั่วโมง นอกนั้นก็ทำงานบ้าง จะไปเที่ยวก็ไป หรือจะไปเดินเล่นก็ตามใจ

Q: เวลาว่างทำอะไร

A: หลากหลายอย่าง เช่นไปเช่าวีดีโอมาดูก็มี เช่าการ์ตูนอ่านก็มี ฝึกภาษาญี่ปุ่นก็เป็นการเรียนรู้อีกอย่างหนึ่ง แล้วก็ไม่ว่าจะไปปาตี้ หรือที่เรียกว่า nomikai ไปกับเพื่อนๆ ไปกันบ่อย ก็เป็นการฝึกภาษาอีกอย่างหนึ่งเหมือนกันครับ

Q: มีอะไรมีอยากจะแนะนำถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำบ้างตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น

A: สิ่งที่ควรทำ และไม่ควรทำ ตรงนี้อยากจะพูดถึงเรื่องระเบียบมารยาทของบ้านเมืองเค้า เราก็เป็นคนต่างชาติ ถ้าหากว่าไปอยู่ที่โน่น แล้วทำตัวไม่ดี เราไม่ถูกมองเป็นคนๆ แต่จะถูกเหมารวมว่าเป็นคนไทย แล้วคนไทยจะดีหรือไม่ดีก็ต้องช่วยกัน

Q: มีอะไรที่รู้สึกลำบากใจมากที่สุดเมื่ออยู่ญี่ปุ่น

A: ข้าวของแพง แพง แพงเลย เวลาซื้ออะไรก็ต้องดูดีๆ ต้องคิดดีๆ ต้องอ่านดีๆ อย่างคันจิอย่างเดียวก็ต้องอ่านดีๆ อย่างผมแรกๆ เคยหลายครั้ง มากเลย เพราะซื้อของมาสุดท้ายแล้วไม่ตรงกับความต้องการเพราะเราไม่ได้อ่านดีๆ

Q: อยากแนะนำให้น้องๆ ทำอะไรมากที่สุดตอนที่อยู่ญี่ปุ่น

A: ไหนๆ ก็ไปญี่ปุ่น อย่าเรียนเค่ภาษาอย่างเดียว เรียนวิถีชีวิต เรียนรู้ความเจริญของบ้านเมืองเค้า เรียนรู้การเข้าสังคมหลายๆ อย่าง พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้มากที่สุด นอกจากเรียนภาษา

Q: หลังจากกลับมาแล้วมีการนำภาษาและประสบการณ์ไปใช้อย่างไรบ้าง

A: ตอนนี้ทำงาน ทำงานเป็นล่ามให้คนญี่ปุ่น ก็ได้ใช้ภาษาญี่ปุ่นวันละหลายๆ ครั้ง แล้วก็เรื่องมารยาท ผมศึกษาได้มากจากที่โน่นเหมือนกัน เวลาต้องคุยกับลูกค้า หรือเจ้านายที่เป็นคนญี่ปุ่นก็ค่อนข้างตอบโต้ได้ ก็ถือว่าทำได้ดีอย่างที่เค้ามอง

Q: มีอะไรอยากจะแนะนำน้องๆ ที่กำลังจะไปหรืออยากไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นบ้าง

A: ก็อยากจะแนะนำว่า ไปแล้วก็ตั้งใจเรียน อย่าเรียนอย่างเดียว พยายามเอาสิ่งดีๆ เข้าตัวเยอะๆ สิ่งที่ไม่ดีก็อย่าเอาเข้าตัว กลับมาเมืองไทยก็เอามาพัฒนาบ้านเมืองเราก็แล้วกันนะครับ

อย่างที่ได้อ่านแล้วนะค่ะว่าเราไม่ได้ไปเรียนเฉพาะภาษา แต่ว่าที่สำคัญเราจะได้เรียนรู้วิถีการใช้ชีวิตแบบญี่ปุ่น การเข้าสังคม หรือการยอมรับในวัฒนธรรมที่แตกต่างนี้ได้ และสามารถนำมาปรับใช้เมื่อต้องติดต่อหรือทำงานกับคนญี่ปุ่นได้

นอกจากนี้ก็ไม่ต้องกลัวนะค่ะว่าจะหางานหรือสมัครงานไม่ได้ เพราะเรามีบริการจัดหางานให้ฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น ทั้งก่อนและหลังการได้งาน และในปัจจุบันก็มีบริการจัดหางานเยอะแยะมากมายที่คุณสามารถเลือกใ้ช้บริการได้ค่ะ

สนใจศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

DISCOVERY EDUCATION

23/48 อาคารสรชัย ชั้น 16 ซอยเอกมัย 63 ถนนสุขุมวิท คลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110

โทร 0-2714-3163-5 แฟกซ์ 0-2714-3103

อีเมล์ info@discoveryedu.asia

URL: http://www.jd-orient.com

[ Discovery Education ] [ Up data : 2008.6.19 13:48 ]

การแจ้งการลาออกจากงาน

ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนหรือองค์กรไหนก็ย่อมต้องมีพนักงานที่เข้ามาและก็ลาออกไป ธรรมเนียมปฎิบัติของการลาออกของแต่ละที่ก็ไม่เหมือนกัน ส่วนการลาออกของพนักงานแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน ที่ว่าไม่เหมือนกันเพราะเคยเจอเหตุการณ์การลาออกมามากมาย เช่น

ลาออกโดยส่งอีเมล์มาลาออก ไม่ว่าจะมีเหตุกรณีฉุกเฉินยังไง ทางที่ดีก็พยายามหาเวลามาลาออกเองจะดีกว่า อย่าคิดว่าลาออกไปแล้วคงไม่เจอใคร ไม่จำเป็นก็ได้ อย่าลืมนะค่ะว่าโลกเรานั้นมันช่างกลมเหลือเกิน อีกอย่างก็เป็นการเสียมารยาท

ลาออกโดยการส่งอีเมล์มาให้เพื่อนลาออกให้ อันนี้ฟังแล้วยิ่งแย่ รู้สึกไม่เคารพตัวเองและบริษัท คงไม่เสียเวลามากจนเกินไปที่ต้องมาลาออกด้วยตัวเอง อย่างน้อยก็ได้มาอธิบายถึงเำหตุผลในการลาออก อาจจะมีวิธีที่ดีกว่าโดยที่เราไม่ต้องลาออกก็ได้

ลาออกโดยการหายตัวไป ไม่ใช่พระเอกหนังจีนที่มีการหายตัวได้ิอย่างเดียว บางคนก็หายตัวไปซะเฉยๆ ไม่มีการแจ้งล่วงหน้า ไม่รับสาย ปิดโทรศัพท์ ติดต่อไม่ได้ และไม่ทราบสาเหตุของการลาออกที่แน่ชัด อันนี้จะสร้างปัญหาให้กับบริษัทอย่างใหญ่หลวง เพราะว่าคุณยังอยู่ในความรับผิดชอบของบริษัทอยู่

ลาออกโดยการส่งข้อความ การให้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์ก้เป็นสิ่งที่ดี แต่ว่าการใช้ในทางที่ถูกที่ควรก็เป็นสิ่งที่ดีกว่า ไม่ควรอย่างยิ่งนะค่ะในการส่งข้อความมาลาออก หรือการลาต่างๆ ทุก กรณี อย่างน้อยการโทรศัพท์ มาบอกกันซักสองสามคำก็ยังดีค่ะ

เชื่อว่าก็ยังมีอีกหลายกรณีในการลาออก ร้อยคนก็อาจจะร้อยแบบก็ได้ แต่หากเราทำงานแล้วมีวุฒิภาวะ ก็ควรทำในสิ่งที่ถูกที่ควร อย่างน้อยเราก็ทราบดีว่าเรากำลังทำอยู่ เขียนจดหมายลาออกในแบบของเราหรือหาดูตัวอย่างจากอินเตอร์เนตเพื่อช่วยในการเขียน ซึ่งก็เป็นการใช้้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์เช่นกัน

จากประสบการณ์ของบริษัทจัดหางาน ก็ทำให้เราได้ทราบถึงวิธีการลาออกของผู้สมัคร ซึ่งอยากจะเขียนไว้เป็นอุทาหรณ์ ว่าเราได้สร้างความไม่พึงพอในให้กับนายจ้างเราแค่ไหน ถ้าทำงานร่วมกันไม่ได้ก็จากกันไปด้วยดีดีกว่า แบบว่าอยู่ก็ให้มีคนรัก จากไปก็ให้มีคนคิดถึง…..น่าจะดีกว่า

[ เล่าสู่กันฟัง ] [ Up data : 2008.6.18 13:54 ]

เรียนภาษาญี่ปุ่นที่ประเทศญี่ปุ่น

ใครที่กำลังจะไปศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่น หรือคิดอยา่กจะไปหาประสบการณ์ที่ญี่ปุ่นดูบ้างเพื่อศึกษาวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ สภาพสังคม ระบบการทำงาน หรือการทำธุรกิจแบบญี่ปุ่น แต่ว่ายังไม่มีความมั่นใจ ถ้างั้นเราลองมาอ่านประสบการณ์ของผู้ที่เคยศึกษาที่ประเทศญี่ปุ่น เผื่อมีความคิดใหม่ ที่จะช่วยให้ตัดสินใจเร็วได้ง่ายขึ้น ลองมาดูกันเลยนะค่ะ

สวัสดีค่ะ ชื่อ ราศิณี พรพนิดาวิวัฒน์นะคะ ชื่อเล่นชื่อต้อง ตอนนี้อายุก็ 28ปีแล้ว มีครอบครัวแล้วค่ะ(ได้มาจากญี่ปุ่นแหละค่ะ 555) ปัจจุบันเป็นล่ามค่ะ อยู่ญี่ปุ่นมาแล้ว 4.5ปีค่ะ ได้อะไร อะไร จากที่นั่นมามากมาย ก็เลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์และแนะนำน้องๆ ที่กำลังมองหาข้อมูลสำหรับการไปประเทศญี่ปุ่นค่ะ

Q:ทำไมถึงเลือกเรียนภาษาญี่ปุ่น?

A: ตอนนั้นมีแฟนเป็นคนญี่ปุ่น (555) แหม๋ ก็ย่อมมีแรงบันดาลใจมาเป็นทุนอยู่แล้วใช่ไหมคะ แล้วอีกอย่างก็มองเห็นว่าภาษาญี่ปุ่น กำลังเป็นที่นิยม และงานที่ต้องการผู้มีความรู้ภาษาญี่ปุ่นเนี่ย กำลังเป็นที่ต้องการมาก นั่นก็เมื่อ4ปีที่แล้วนะคะ ปัจจุบันยิ่งมากกว่าเดิมอีก พี่ก็เลยมั่นใจว่า ถ้าเรามีภาษาญี่ปุ่นติดตัวไว้แล้วละก็ ตัวเลือกของงานที่เหมาะกับความสามารถของเราย่อมมีมาก และที่แน่นอนรายได้ก็มากด้วย

Q:เหตุผลที่เลือกไปเรียนต่อที่ประเทศญี่ปุ่น

A: คือจริงๆ เราก็เรียนภาษาญี่ปุ่นในไทยก็ได้นะแต่ต้องใช้ความพยายามพอควร แต่พี่คิดว่า หากจะเรียนภาษาใดก็ต้องไปเรียนรู้ให้รู้จริง ไม่ใช่แค่ภาษา แต่รวมถึงวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ เพื่อความเข้าใจในการใช้ภาษาของเค้าพูดคุยกับคนประเทศเค้าค่ะ

Q: หาข้อมูลแนะแนวการศึกษาต่อจากไหน

A: เอเย่นค่ะ และหาทางอินเตอร์เน็ตค่ะ

Q: ทำไมถึงเลือกไปที่โตเกียวแล้วที่โตเกียวเป็นอย่างไรบ้าง

A: เลือกไปที่โตเกียว โรงเรียนอยู่ในย่านชิบูย่าเลยค่ะ เลือกไปโตเกียวเพราะพักใกล้บ้านแฟน(อันนี้เหตุผลส่วนตัวเล็กน้อย) แล้วโรงเรียนก็มีชาวต่างชาติมาก อินเตอร์เนชั่นแนลเลยค่ะ ทำให้เราได้เจอเพื่อนหลายชาติ เป็นอะไรที่หวังไว้อยู่แล้ว แล้วย่านนั้นก็เดินทางสะดวก รถไฟผ่านหลายสาย ต่อรถไปหาประสบการณ์ที่อื่นได้อีกเยอะแยะเลยด้วยค่ะ

Q: มีการปรับตัวอย่างไรบ้าง

A: ต้องปรับตัวเรื่องอากาศเป็นอย่างแรกเลยค่ะ เพราะปกติพี่เป็นคนขี้หนาวอยู่แล้ว ไปปุ๊บก็หิมะตกปั๊ป โหยแทบตายค่ะ แล้วประเทศเค้าอากาศเย็นและหนาวเนี่ยรวมแล้ว9เดือน ที่เหลืออีกแค่ 3 เดือน อุ่น ๆ ค่ะ เรื่องอาหารก็ไม่มีอะไร อร่อยทุกอย่าง ต้องพยายามคุมน้ำหนักกันด้วยนะคะน้อง ๆ เพราะทุกคนที่ไปได้ของขวัญกันคนละ2-3โลอย่างต่ำค่ะ อีกอย่างที่ต้องปรับก็คือระเบียบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทิ้งขยะแยกขยะ การเข้าแถวซื้อของ การใช้โทรศัพท์บนรถสาธารณะ เป็นต้นค่ะ

Q: มีการพัฒนาภาษาญี่ปุ่นของตัวเองอย่างไรบ้าง

A: การพูดเนี่ย พี่จะคล่องมากเลย แต่อ่านไม่ค่อยเก่ง พี่ก็เห็นโฆษณาบนรถไฟ ตามสถานี บนรถบัส อ่านหมดค่ะ คำไหนอ่านไม่ออก จดค่ะ กลับมาเปิดดิค แล้วก็ท่อง ได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่อย่างน้อยเราก็ได้ชินตาและจะจำได้ง่ายขึ้นเรื่อย ๆค่ะ นอกจากเรียนที่ รร. พี่ก็ไปเรียนเพิ่มที่ศูนย์วัฒนธรรมของอำเภอ มีเกือบทุกอำเภอเลยนะคะ เค้าจะสอนฟรีค่ะ อันนี้ดีมาก อาจารย์จะเป็นอาสา ใจดี เข้าใจเรา และประหยัดค่ะ

Q: อะไรที่ประทับใจมากที่สุดเมื่อตอนอยู่ที่ญี่ปุ่น

A: น้ำใจคนไทยด้วยกันค่ะ เห็นคนไทยด้วยกันลำบาก จะช่วย แนะนำ ส่งเสริม ให้กำลังใจ สารพัดค่ะ ซึ้งค่ะ อย่างที่เค้าว่ากัน น้ำใจคนไทย ประเสริฐนัก

Q: เรื่องอะไรที่จำเป็นต้องทำเมื่ออยู่ญี่ปุ่นบ้าง

A: ต้องขยันค่ะ แล้วก็ต้องเตือนตัวเองเสมอว่าเรามาทำอะไร ตั้งใจทำให้ไปถึงเป้าหมาย เพราะก็มีเยอะทีเดียวที่เหลวไหล เสียเงินฟรีค่ะ

Q: เคยทำงานพิเศษไหม

A: ทำตลอดเลยค่ะ

Q: หางานอย่างไร

A: จากป้ายประกาศหน้าร้าน และเพื่อน ๆ พี่ ๆ แนะนำ

Q: แบ่งเวลาในการทำงานหรือเรียนอย่างไรบ้าง

A: พี่จะเลือกเรียนช่วงเช้า แล้วทำการบ้าน ทบทวนบทเรียนตอนกลางวัน เย็น ๆ ก็เข้างานเลิกห้าทุ่ม วันไหนที่ต้องไปเรียนพิเศษก็ไม่ทำงาน แต่ก็ไม่ลืมที่จะหาเวลาพักผ่อนด้วย

Q: เวลาว่างทำอะไร

A: แทบไม่ว่างเลยค่ะ นอกจากจะมีนัดไปเที่ยวนู่น ไปเทศกาลนั้นนี้ ก็จะขอลางานล่วงหน้าค่ะ

Q: มีอะไรอยากจะแนะนำถึงสิ่งที่ควรทำและไม่ควรทำบ้างตอนที่อยู่ที่ญี่ปุ่น

A: ไม่ควรทำคือ เล่นการพนัน ไอ้พวกปาจิงโกะน่ะค่ะ มันมีเยอะจนเหมือนร้านขายของเล่น ล่อตาล่อใจมากค่ะ อีกอย่างก็คือไม่ควรคิดต่อต้าน ควรจะยอมรับทุกอย่างที่เป็นญี่ปุ่น เพราะเมื่อเราเข้าเมืองตาหลิ่วต้องหลิ่วตาตาม ไม่อย่างนั้นเราจะไม่รอด เหมือนปิดกั้นตัวเองน่ะค่ะ เรียนก็ไม่เข้าใจเพราะใจมันมัวแต่มาต่อต้าน

Q: มีอะไรที่รู้สึกลำบากใจมากที่สุดเมื่ออยู่ญี่ปุ่น

A: ช่วงแรก ๆ นะ ไปไหนคนเดียวเนี่ย แล้วคันจิไม่ออก ก็ไปไม่เป็น เพราะจะอ่านชื่อสถานีไม่ออก อ่านป้ายทางไม่ออก อึดอัดมาก ต้องเรียนประมาณ 6 เดือน จะเริ่มดีขึ้น แล้วก็อึดอัดที่ต้องเดินทางในชั่วโมงเร่งด่วน คนเยอะมาก รถแน่นมาก หายใจไม่ออก อึดอัดมากค่ะ แต่ต้องทน

Q: อยากแนะนำให้น้องๆ ทำอะไรมากที่สุดตอนที่อยู่ญี่ปุ่น

A: หาประสบการณ์มาก ๆ นึกถึงสิ่งเราตั้งใจไว้ อย่านอกลู่นอกทาง อย่าหวงเงินจัดแล้วทำแต่งาน ต้องเรียนรู้ให้มากที่สุด

Q: หลังจากกลับมาแล้วมีการนำภาษาและประสบการณ์ไปใช้อย่างไรบ้าง

A: นำภาษามาใช้ในงานปัจจุบัน แล้วก็ดีใจมากที่บางทีก็ได้ช่วยนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นในไทยด้วยค่ะ

Q: มีอะไรอยากจะแนะนำน้องๆ ที่กำลังจะไปหรืออยากไปศึกษาต่อที่ญี่ปุ่นบ้าง

A: ก็พูดมาเกือบหมดแล้วนะคะ ที่สำคัญและอยากจะย้ำอีกทีก็คือ อย่าลืมจุดมุ่งหมายของตัวเองค่ะ

ใครที่สนใจศึกษาต่อประเทศญี่ปุ่นสามารถติดต่อ DISCOVERY EDUCATION เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่

โทร 0-2714-3163-5 อีเมล์ info@discoveryedu.asia

ต้องขออภัยเป็นอย่างสูงที่ตอนนี้ยังไม่มีเวปไซด์ และเราก็พยายามเร่งมืออยู่ค่ะ อดใจรออีกนิดนะค่ะ

หาข้อมูลอ้างอิงได้ที่ http://www.jd-orient.com

[ Discovery Education ] [ Up data : 2008.6.17 16:20 ]

กลับไปด้านบน